ทริปเชียงใหม่ 3คืน4วัน

พอปลายปีช่วงหน้าหนาวคงมีไม่กี่จังหวัดที่นักเดินทางจะคิดถึง  จังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นตัว เลือกอันดับต้นๆที่อยู่ในแพลนแน่นอน  พวกเราก็เป็นกลุ่มเพื่อนที่อยากออกเดินทางไปในดินแดนมนต์เสน่ห์แห่งหุบเขาและดอกไม้แห่งนี้เช่นกัน เลยนำประสบการณ์หลากหลายอารมณ์มาแบ่งปันกันค่ะ

เริ่มจากบรรยากาศที่สนามบินดอนเมืองช่วงรอรวมพลประมาณ 17.00น. ของวันที่ 7 พ.ย.61หลังจากนี้จะไล่เรียงรวบรวมสถานที่ต่างๆที่พวกเรามีโอกาสไปเยี่ยมเยือนของเชียงใหม่ ระยะเวลาที่มีอันน้อยนิด 3คืน4วัน สมาชิก 5 คน ชาย 1 หญิง4 จะเล่าตั้งแต่เดินทางจากสนามบินเลยนะคะ เราบินเที่ยว 19.10 น. เพื่อไปลุยราตรีชมบรรยากาศยามค่ำคืนของนครเชียงใหม่


เริ่มจากสนามบินเชียงใหม่พวกเราเช่ารถ ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว 7 ที่นั่ง ได้ในราคา วันละ 1599 บาท (ช่วงราคาโปรโมชั่นเจ้าค่ะ)บริการดีมาก น่ารัก สุภาพ บริษัทBIZCAR  พอมาถึงสนามบินแล้ว โทรไปที่เบอร์ 081 473 7328 นะคะ จะมีเจ้าหน้าที่มารับไปทำสัญญาที่ออฟฟิศค่ะ  แค่ 5 นาที ก็มาแล้วค่ะ

จากนั่นก็ตระเวนไปเรื่อยๆรอบเมือง ลงท้ายที่ร้าน ข้าวต้มสวนดอก (เขาบอกกันว่าได้ 4 🌟) ลองชมหน้าตา มื้อนี้ 450 บาทจ้าาาาาาา
หลังจากอิ่มแล้วก็เข้าที่พักใกล้ๆสนามบิน ราคา ห้องละ 500  บาทสำหรับสองท่าน  และ 3 ท่าน ห้องละ650 บาท  ห้องสวย เจ้าของน่ารักเราเข้าพักเกือบ5ทุ่ม ยังรอเราเลย  https://www.facebook.com/The-Connect-Chiang-Mai-435597603443339/   หมดวันแรก ขนมเต็มท้อง  พรุ่งนี้เจอกันจ้ะ
(8 พ.ย.61) วันที่2 ของการเดินทางตื่นแต่เช้า(ก่อนเจ้าของที่พักตื่น) เพื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของสมาชิก  จึงเดินทางไปยังพระบรมธาตุหริภุญชัย ที่จังหวัดลำพูนไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ  สำหรับใครที่เกิดปีระกาครั้งหนึ่งในชีวิตไปให้ได้นะคะ
   อิ่มบุญอิ่มใจเราแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังม่อนแจ่มถึงก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆทางขึ้นก็สนุกดีค่ะ เหนื่อยแทนเสียงเครื่องยนต์พอสมควร พอถึงก็เดินไปดูต้นไม้ ดอกไม้ที่คิดว่าจะบานสะพรั่งเต็มภูเขา แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเห็นแต่ใบ กับดอกฝิ่นเป็นหย่อมๆ

แต่ก็พอเก็บรรยากาศและดอกไม้สวยๆมาฝากได้ค่ะ


พวกเราก็เลยเดินไปชมหมอกและนั่งสูดโอโซนกันตามที่ดูในรีวิวอื่นๆก็สวยดีค่ะสมใจอยาก  แถมยังแวะสั่งอาหารมาชิมด้วย


โดยส่วนตัวคิดว่าราคาค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับอาหารบนดอยอื่นๆในวันถัดมา  ราคาอาหารพื้นๆ เช่น  ข้าวไข่เจียวหมูสับ  ผัดกระเพราหมู  ข้าวผัด  จานละ 80 บาท  ข้าวต้มหมู  70  บาท  (แอบกระซิบ....รสชาดไม่สมราคาเลย


หลังจากแอบนินทาอาหารเราก็เดินถ่ายรูปสวยๆซักหน่อยแล้วก็ลงจากดอย


จุดมุ่งหมาย บ้านต้นไม้แม่แมะ เชียงดาว ....ขอบอกว่าที่นี่สร้างความประทับใจแบบฝุดๆเลยทีเดียวค่ะ  

ใช้เวลาเดินทางจากม่อนแจ่มมาถึงบ้านต้นไม้ แม่แมะประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ  แต่ทางขึ้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากลัวรถจะสวนกัน  เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะขับสวนกันเลย ถ้ามีรถสวนมาจริงๆจะต้องมีคันหนึ่งคันใดถอยเพื่อหามุมหลบให้ดี ฉะนั้น  จึงมีกติกาที่ต้องรู้ก่อนขึ้นดอยคือ  เปิดกระจก  บีบแตร ทุกครั้งก่อนถึงโค้งทุกครั้ง  เลยทำให้แตรรถเราได้ใช้งานตลอดทางเพราะโค้งเยอะมากแถมยังเป็นโค้งที่ไม่เห็นอีกฝั่งเลยด้วย เอาเป็นว่ามีลุ้นตลอด  แต่คุ้มเหนื่อย คุ้มเสียวมากๆที่ได้ขึ้นไปพัก เหมือนเจ้าเจ้าเมืองลับแล  ไม่มีสีสัน ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีแสงไฟหลายสีเหมือนในกรุง  

ส่วนห้องพักมีหลากหลายบรรยากาศ รูปแบบมีทั้งแบบสันโดษแยกออกไปจากบ้านใหญ่ และแบบห้องน้ำรวมแยกออกจากห้องนอน(แต่เดินแค่ 5 ก้าวก็ถึง)  แบบห้องน้ำในตัวก็มีค่ะ  คิดเป็นรายหัว หัวละ 750 บาท


ก่อนรับประทานอาหาร พวกเราเดินเล่น นอนเล่นพักผ่อนพอสมควร ก็ไปต่อคิดนวดผ่อนคลายที่ส่วนกลางของบ้านต้นไม้ ซึ่งเป็นชาวบ้านระแวกนั้นที่เข้าอบรมหลักสูตรการนวดผ่อนคลายจากเทศบาลที่จัดอบรมเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน  พวกเราจึงอุดหนุนป้าๆน้าๆหน่อย  ที่นี่คิดชั่วโมงละ 200 บาท

และในราคาที่พักรายหัว 750 บาท  ราคานี้รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า (ถ้าจะขึ้นไปบ้านแม่แมะ บอกไว้ก่อนสำหรับรสชาดอร่อยค่ะวัดจากที่ชิมจากม่อนแจ่ม....แฮ่ะๆ มาดูอาหารของบ้านต้นไม้กันค่ะ
อาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์เติมไม่อั้น


ส่วนอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม  ไข่ลวก กาแฟ ขนมปัง


แต่สาวๆที่ชอบกินขนมจุกจิก  ต้องแวะซื้อเสบียงให้พร้อมก่อนขึ้นดอยนะจ้ะ แต่ขอบนมีขนมกับกาแฟสด)

บ้านต้นไม้ที่เราพักอยู่ตรงข้ามวัดและถ้าเลยขึ้นไป ที่นี่มีสถานปฎิบัติธรรมด้วยค่ะ  พวกเราเลยได้ใส่บาตรภิกษุณี แต่สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ เสียงสวดให้พรไพเราะมากจริงๆ


หมายเหตุ  ช่วงที่พวกเราไปพักอากาศกำลังเย็นสบาย ช่วงค่ำหลังหกโมงเย็นไปแล้วจะหนาวเย็นเลยที่เดียว  ยิ่งดึกยิ่งหนาวมาก  แต่พอเช้าก็จะเย็นสบายแต่หนาวเย็นน้อยกว่าตอนกลางคืน  แต่ที่สุดยอดคือ  ไม่มียุงค่ะ  ชอบมากๆ  แถมมี WIFI ไว้ให้บริการในส่วนบริเวณห้องพักด้วย


ติดตามตอนต่อไป


เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง(วันที่ 9 พ.ย.61) หลังจากใส่บาตร อิ่มบุญแล้ว ก็รับประทานอาหารเช้า ถึงเวลาต้องร่ำลาบ้านต้นไม้แล้วสินะ พวกเราต้องรีบเดินทางลงจากดอยหน่อยเพราะลุงๆป้าๆบอกว่าถ้าลงสายจะมีรถทยอยขึ้นมาพักจะทำให้เดินทางลำบากเพีาจะมีรถสวนทางขึ้นมาพักค่อยข้างเยอะ พวกเราจึงเดินทางลงจากดอยประมาณ  8 โมงเช้าจะได้ไม่ต้องสวนทางกับคันอื่น

ประตูดิน ปากทางเมืองลับแล


บ๊ายบาย บายยยบ้านต้นไม้

มุ่งหน้าต่อไปยังดอยสุเทพ มาถึงเชียงใหม่ยังไงก็ต้องไป ไม่งั้นถือว่าไม่ถึงเชียงใหม่นะเจ้า....ป่ะไปกันเลย ใน ใช้เวลาเดินทางจากบ้านต้นไม้แม่แมะถุงดอยสุเทพ ประมาณ  1.45 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ว่ารถติดไหม

และแล้วก็มาถึง.....ดอยสุเทพ


มีภาพประทับใจมาฝาก  สังเกตรอยยิ้มและความอบอุ่นของรอยยิ้มครอบครัวนี้สิ...น่ารักมาก

ถึงเวลาเดินทางเก็บประสบการณ์ต่อแล้วค่ะ  แต่ติดตรงที่ว่า พวกเราหิวแล้วววววว.....รออะไรล่ะคะ ก็ค้นหาของอร่อยตามรีวิวต่างๆที่ค้นได้ก็ไปเจอรีวิวที่เอ่ยถึงความอร่อยและรสชาดที่น่าลองของร้าน  ไก่ย่างเชิงดอย  ไปดูกันว่าจะสมคำร่ำลือไหม  มื้อนี้ 680 บาท  ต้องขออภัยที่บางจานถ่ายไม่ทันคนกินนะคะ 5555


โดยส่วนตัวเราว่ารสชาดธรรมดา ไก่ย่างไม่ได้มาเป็นตัวแต่มาเป็นจานค่ะ จานละ 80  บาท  มีประมาณ  6-8 ชิ้น วางเรียงไปกัน


หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว  พวกเราก็พากันเดินทางต่อไปยังแม่กำปอง  


เราได้ทำการจอง เฮือนอ้ายฮู้ดไว้ เป็น 1 ใน 5 บ้านพักที่มีลำธารผ่าน ราคาหัวละ 650 บาท พร้อมอาหารเย็นและอาหารเช้าค่ะ  ยามค่ำคืนนอนฟังเสียงน้ำกันไปเพลินเลย  


ที่พักมีที่จอดรถและอยู่กลางหมู่บ้านเดินไปเที่ยวสบายไปเลย  แถมห่างจากวัดที่มีลำธารลอดใต้โบสถ์แค่ 80 เมตรเอง


มาดูหน้าตาอาหารของเฮือนอ้ายอู้ดกันค่ะ (ขอบอกรสชาดอร่อยกว่าม่อนแจ่ม อีกแล้วครับท่าน)
อาหารเย็น  เติมไม่อั้น


อาหารเช้าก็เติมไม่อั้นจ้ะ


ค่ำๆของวันที่ 9 พ.ย 61 ดันมีฝนตกลงมาเลยเดินเล่นหาอะไรกินเล่น และถ่ายรูปได้ไม่นานก็ต้องหนีฝนเข้าที่พัก  


อาหารพื้นบ้าน พื้นเมือง  มันหวานย่าง ข้าวโพดย่าง  ไส้ย่าง

จุดแลนด์มาร์คถ่ายรูปเราก็มา  นี่คือทริปเชียงใหม
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่